ภูมิคุ้มกันบกพร่อง (Aids)

              ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง (AIDS) มีสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัส HIV จากทางเพศสัมพันธ์ ทางเลือด เช่น การถ่ายเลือด การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การสัก การเจาะหู ร่วมกับผู้ติดเชื้อหรือการติดต่อจากมารดาที่ติดเชื้อสู่ทารก ตั้งแต่ระยะอยู่ในครรภ์ ระยะคลอด และระยะเลี้ยงดูหลังคลอด

เมื่อเชื้อนี้เข้าสู่ร่างกาย จะไปฝังตัวในเม็ดเลือดขาวชนิด CD4+(Th-Cell) เพื่อแบ่งตัวเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ และทำลาย CD4+ (Th-Cell) จนมีจำนวนลดลงต่ำกว่า 350 เซลล์/ลบ.มม. (คนปกติมีค่า CD4+ 600-1,000 เซลล์ต่อเลือด 1 ลบ.มม.) ถือว่าเป็นระดับที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำมาก และผู้ติดเชื้อนี้ยังมีค่า Th1, Th2, Th17 และ  Treg ในปริมาณที่ต่ำเช่นกัน (โดยมี TH17 ต่ำที่สุด) ส่งผลให้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อวัณโรคและเป็นมะเร็งได้ง่ายกว่าคนปกติ ปัจจุบันแนวทางการรักษาคือการหยุดยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัส HIV โดยการใช้ยาต้านไวรัส ซึ่งอาจจะมีผลข้างเคียงของยากลุ่มนี้ เช่น เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย ท้องเสีย ฝันร้ายใน 1-2 สัปดาห์แรกเป็นต้น หรืออาจจะไม่มีผลข้างเคียงจากยากลุ่มนี้ก็ได้ แต่ทว่าเมื่อใช้ยาต้านไวรัสไปสักระยะหนึ่งอาจก่อให้เกิดการดื้อยาขึ้นมาได้ เนื่องจากในกระบวนการแบ่งตัวของเชื้อไวรัส HIV มีโอกาสที่เชื้อตัวใหม่มีลักษณะที่ผิดเพี้ยนไปจากเชื้อตัวเดิม ยาต้านไวรัสเดิมที่เคยใช้อยู่จึงไม่ได้ผล มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นยาต้านไวรัสชนิดใหม่ไปเรื่อยๆ

                จากข้อมูลทางภูมิคุ้มกันวิทยาพบว่า ภูมิคุ้มกันที่สมดุลขึ้นอยู่กับการทำหน้าที่อย่างสมดุลของเม็ดเลือดขาวทั้ง 4 ชนิดคือ

  1. Th1 กระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันจัดการกับเชื้อรา แบคทีเรีย ไวรัส และมะเร็งได้ดีขึ้น
  2. Th2 กระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันจัดการกับสารก่อภูมิแพ้ และหนอนพยาธิได้ดีขึ้น
  3. Th17 กระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันจัดการกับสิ่งแปลกปลอมทั้งหลายที่เหลือจากการจัดการชอง Th1 และ Th2
  4. Treg ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของ Th1, Th2 และ Th17 ให้อยู่ในระดับสมดุล จึงลดอาการแพ้ภูมิตัวเอง และข้อมูลล่าสุด Treg ยังทำให้เชื้อไวรัส HIV แบ่งตัวช้าลง

คณะนักวิจัย OperationBIM ได้วิจัย และพัฒนาสารเสริมประสิทธิภาพจากสารมังคุด งาดำ ถั่วเหลือง ฝรั่ง และบัวบก จนได้แคปซูลเสริมอาหาร ที่พิสูจน์โดยศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวการแพทย์แล้วว่าสามารถกระตุ้นการทำงานของ Th1 เพิ่มขึ้น 2 เท่า ล่าสุดยังพบว่า IL-9 ที่เพิ่มมากขึ้นจากการใช้ผลิตภัณฑ์สามารถเพิ่มความสามารถในการจัดการกับสิ่งแปลกปลอมโดยไม่มีผลข้างเคียงและข้อมูลเบื้องต้นของการทดสอบในผู้ติดเชื้อพบว่า ภายใน 1 เดือนไม่พบการติดเชื้อราในช่องปาก และภายใน 2 เดือนผู้ที่มี CD4+ต่ำกว่า 100 เซลล์/ลบ.มม. เพิ่มเป็น 300 เซลล์/ลบ.มม.

 

หมอตรวจพบ HIV พบว่า CD4 แค่ 16 หมอก็ให้ยาต้านมาปรับเปลี่ยนจนได้ตัวที่ถูกกับเรา แต่สายตามองเห็นเป็นภาพซ้อนทั้ง 2 ข้าง

เจอว่ามีก้อนเนื้อในสมอง พอฉีดสเตอรอยด์ สายตาดีขึ้น พอออกจากโรงพยาบาลมาได้ 2 อาทิตย์ ตาข้างซ้ายก็เหมือนมันมีอะไรมาบังตลอดเวลา

พอสแกนสมองก็กลับรู้ว่า เส้นประสาทตาของเราขาด มีอาการปวดหัวร่วมด้วย ปวดมากๆ จนเป็นไข้ จนน้ำตาไหล พอหลังจากผ่าตัดออกมา ขยับตัวไม่ได้ หนูลุกนั่งไม่ได้

หมอมาบอกกับทางที่บ้านก่อนว่า เจอมะเร็งที่สมอง และลามไปที่ท้อง ที่กระดูไขสันหลัง หมอก็แนะนำให้เราฉายแสง แต่หนูเลือกที่จะไม่ฉายแสง

แล้วก็มาเจองานวิจัย ก็เลยได้ทานมาเรื่อยๆ ทานมาสักพักหนึ่ง ควบคู่กับทำกายภาพไปด้วย ความเจ็บมันลดน้อยลง

ตรวจ CD4 อีก ซึ่งหมอก็แปลกใจว่า CD4 เพิ่มจาก 16 มาเป็น 250 เราคิดว่าเราเป็นแบบกระดูกเสื่อมอย่างที่หมอบอก เราก็บอกว่า “หมอ หนูจะทำกายภาพนะคะ”

“หนูจะต้องเดินให้ได้”

หมอพูดมาว่า “อย่าหวังว่าจะเดินเลย แค่นั่งยังทำไม่ได้เลย” “จะเดินไม่ได้ตลอดชีวิต” และวันนั้นก็คือร้องไห้ สุขภาพโดยรวมตอนนี้นะคะ ดีขึ้นเกือบเป็นปกติค่ะ

ถ้าไม่ได้บอก ก็ไม่มีใครทราบว่าเป็นมะเร็ง หนูก็อยากเป็นกำลังใจให้ทุกๆ คนนะคะ ที่กำลังสิ้นหวังอยู่ คนเราจะต้องมีความนะค่ะ แล้วก็มะเร็งจะกลัวความสุข

ตอนที่ได้รับยาต้าน จะมีคนป่วยอีก 2 ท่าน อยู่ข้างๆ เรา ตอนนั้นคือศีรษะเขาไม่มีผมแล้ว คิดในใจ โชคดีแล้วล่ะที่เราเป็น HIV เราไม่ต้องเป็นมะเร็ง

แต่แล้ววันหนึ่งเราก็มารู้ว่า เฮ้ย...เราก็เป็นมะเร็งด้วย เป็น HIV ไม่พอ ยังจะมาเป็นมะเร็งอีก แต่พอ ณ วันนี้อะคะ ทุกสิ่งทุกอย่างมันดีขึ้นนะค่ะ

ก็คืออยากจะเป็นกำลังใจกับทุกๆ คนนะค่ะว่า เราดีขึ้นได้อะคะ

 

 

 

 คุณB ผู้ติดเชื้อHIV ที่มีCD4 ลดต่ำลงเหลือ36 cell แล้วเกิดปัญหาการติดเชื้อฉวยโอกาสทั้งวัณโรคเชื้อราในปากต่อมน้ำเหลืองโตจนอ่อนเพลียเคลื่อนไหวร่างกายไม่ไหวแต่ปัญหาการติดเชื้อฉวยโอกาสทั้งหมดของแขกรับเชิญกลับหายไปจนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในเวลาอันสั้นหลังได้ใช้นวัตกรรมAPCOcap 

  

 

 คุณซี(นามสมมติผู้ติดเชื้อHIV จน CD4 เหลือ 0

 2556 ผมก็ได้รับเชื้อHIV ตอนนั้นผมแย่มากอ่ะครับเหมือนคนจะตาย CD4 ต่ำมากเหลือ 0 virus load มันแปดแสนกว่า จากน้ำหนักผม 67 กกลดเหลือ 38 กก.

คือผอมมากๆขยับตัวไม่ได้เลย ตั้งแต่หน้าอกลงไปผมเป็นอัมพาต โดยที่เชื้อเข้าไปกินไขกระดูกสันหลังของผม เส้นประสาทของผมก็เลยฟีบไป 4 เส้น

คุณหมอบอกจองวัดได้แล้วคือไม่ไหวแล้ว กระดิกตัวอะไรก็ไม่ได้ปัสสาวะก็ไม่ได้ ต้องใส่สายเข้าไปเมตรนึงถึงจะปัสสาวะออกมาได้ อุจจาระก็ไม่ออก 

แล้วก็ไวรัสจะขึ้นสมอง 2 อาทิตย์ปวดหัวมากๆ จนลงมาที่ตากินยาต้านช่วยได้ไหมช่วยไม่ได้เลยตอนนั้น ยิ่งปวดหัวหนักเข้าไปอีกนอนฝันร้ายความจำทุกอย่างลืมไปหมด

ลืมแม้กระทั่ง 1+1 เป็นเท่าไรผมคิดว่าผมจะต้องหายให้ได้ แต่ในเมื่อตัวผมเนี่ยนอนอย่างนั้นน่ะแล้วจะทำยังไงดีถึงจะหาย นอนปวดหัว 24 ชม.

ถ้าได้ลืมตาขึ้นมาปุ๊บจะปวดหัวปั๊บ ไวรัสขึ้นสมองอย่างหนักจริงๆแล้วคุณหมอต้องมาฉีดมอร์ฟีน เข้ามาที่สายน้ำเกลือเพื่อที่จะไม่ให้เราปวดหัว

เราก็เลยต้องสู้เพราะเราเหลือแม่อยู่เดียวเราก็เลยกินยาต้าน ได้เข้าไปตรวจอีกรอบนึงประมาณ 2-3 เดือนก็ได้ไปตรวจCD4ขึ้นครับ ขึ้นมาแค่ 16 

ผมก็ขยับมากินตรงเวลาจนCD4 ขยับขึ้นมา 30 กว่า แล้วก็มาลงต่ำเหลือ 16 อีก 2 ปียังไม่ขึ้นเลยอ่ะครับ พอไม่ขึ้นเสร็จปุ๊บผมก็ไม่รู้จะทำยังไงแขนขานี้ก็ขยับไม่ได้

ขาตั้งแต่หน้าอกลงไปก็ขยับไม่ได้ขวับได้แต่แขนนี้แขนเดียว หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเราก็เลยเปิดโทรศัพท์มาดูว่าทำยังไงดี ก็ได้มาเจองานวิจัยของAPCOเนี่ย 

ผมก็เลยลองทางดู ตอนนั้นผมทานได้ประมาณ 2 ขวดเองครับ ผมก็เลยหยุดกินประมาณ 1 เดือน พอคุณหมอเขาพาผมไปตรวจชุดใหญ่นะครับ 

CD4 ขึ้นมาร้อยกว่าผมก็เลยตกใจเลยว่า โหรักษามาประมาณ 3-4 ปี ทำไม CD4 ไม่ขึ้นเลยกินประมาณ 5 เดือนอ่ะมันก็ขึ้นมา 377 21.2%

จากvirus load ผมแต่ก่อนมันแปดแสนกว่าตอนนี้ไวรัสผมต่ำกว่า 20 ละ ทุกวันนี้ผมก็ยังสู้ต่อจากคุณหมอบอกว่าผมเดินไม่ได้แล้ว 

คุณหมอ 2 ท่านจนทุกวันนี้ผมเริ่มใช้walker เดินได้ โรคต่างๆนานาเกือบ 10 โรคไม่ว่าจะเป็น  ไวรัสตับอักเสบ โรคไตไวรัสน้ำเหลืองตับแย่มากไวรัสขึ้นสมองจนทุกวันเนี้ย

มันหายแล้ว” APCO ได้ช่วยผมอะ

ผมก็ไม่รู้จะพูดยังไงแต่ตอนนี้ผมก็ยังสู้ต่อ และผมมั่นใจว่าผมจะต้องเดินให้ได้ ทุกวันนี้นะครับผมตั้งเป้าหมายให้กับชีวิต ผมอยากจะเลิกใช้ไม้เท้าอยากจะเลิกใช้walker ล่ะ

ผมว่าผมอยากจะลองสู้ไปอีกสัก 3 เดือน ถ้าผมได้เลิกใช้ walker แล้วเนี่ย ผมก็จะดีใจมากๆเลย เนี้ยสิ่งที่ผมที่กำลังจะสู้อยู่อะครับ

เราจะเป็นตัวอย่างที่ลงมาต่ำสุดแล้วลุกขึ้นมาสู้ แล้วในที่สุดก็เป็นปกติและเป็นกำลังของสังคมต่อไป

 

 


 

เป็นเวลากว่าสิบปีแล้วนะครับ ที่เราทำการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์

สร้างนวัตกรรมเพื่อที่จะดูแลสุขภาพของผู้ที่มีปัญหาจากการที่มีภูมิคุ้มกันที่ไม่สมดุล โดยหลักการที่ว่าถ้าภูมิคุ้มกันไม่สมดุลแล้วเราก็จะเป็นโรคนะครับ

จริงๆแล้วเรามีความสำเร็จจากการดูแลผู้ที่มีปัญหาภูมิคุ้มกันไม่สมดุลมาตลอดเวลา จนกระทั่งวันหนึ่งเราก็พบว่าเราสามารถที่จัดการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง

ด้วยการสร้างเม็ดเลือดขาวภูมิคุ้มกัน คือKill T Cells ขึ้นมาแล้วก็Killer T Cells นี้ก็เป็นเซลล์ที่ไปฆ่าเซลล์มะเร็งในร่างกาย 

แต่ก็บังเอิญว่าจากการที่เรานั่งค้นคว้าติดตามวิทยาการเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันมาตลอด ก็ไปพบว่ามีงานในช่วงปีค.ศ.2010 ถึง 2012

มีการพิมพ์เผยแพร่ออกมาว่า เชื้อHIV นี้มันเข้าไปสู่ร่างกายแล้ว มันเข้าไปทำลายCD4 เม็ดเลือดขาวภูมิคุ้มกัน ตัวที่มันทำลายมากที่สุดคือTh17 นะครับ 

เม็ดเลือดขาวTh17 นี้ก็คือเม็ดเลือดขาวที่จะไปกระตุ้นKiller T Cells คือกระตุ้นเม็ดเลือดขาวที่กำจัดมะเร็ง แล้วเขาก็บอกว่า  Th17 นี้ไปกระตุ้นKiller T Cellsแล้ว

มันน่าจะจัดการกับเชื้อHIV ด้วย CD4 ตัวที่ถูกHIVมาจัดการมากที่สุดคือTh17 เรากระตุ้นTh17ได้มากที่สุด 4 แคปซูลต่อวันวันที่ 15 เท่านั้น มันกระตุ้นTh17 ขึ้นไปถึง 5 เท่า 

ถ้าอย่างนั้นเราอยู่นิ่งไม่ได้แล้ว เราจะต้องใช้นวัตกรรมของเราเนี่ย ไปดูแลผู้ติดเชื้อHIVและผู้ป่วยเอดส์แน่นอน กลุ่มคนเหล่านี้เราก็เอาเข้ามาทดสอบนวัตกรรมของเรา 

ก็ที่โรงพยาบาลแม่ออนนะครับ ซึ่งเป็นโครงการที่เราร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวการแพทย์ ซึ่งเป็นมีนักวิทยาศาสตร์ผู้อำนวยการก็เข้ามาเป็นผู้ควบคุมโครงการนี้ 

ร่วมกับนายแพทย์ของโรงพยาบาลแม่ออน โดยเราเป็นผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา เป็นโครงการร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ซึ่งสนับสนุนโดยสวทช. นะครับ จากงานตรงนั้นเราก็พบว่า 

ผู้ป่วย 30 รายหรือผู้ติดเชื้อ 30 ราย ที่มีCD4 ไม่เพิ่มแล้วเนี่ย หลังจากใช้แคปซูลของเราแล้ว ก็พบว่าCD4 เพิ่มขึ้นเกือบทุกราย แล้วที่ชัดเจนก็คือว่า 

อาการข้างเคียงจากการใช้ยาต้านไวรัสของเขาก็ลดลงไป คุณภาพชีวิตก็ดีขึ้นมากกินได้นอนหลับนะครับ ผิวสวยหน้าใสนะครับ ในขณะที่เราทำที่แม่ออน 

เราก็มีโครงการคู่ขนานที่สารภีที่ดอยสะเก็ด ซึ่งที่ดอยสะเก็ดและสารภีนี้เราก็มีนักวิทยาศาสตร์ของเรา คุยอยู่กับอาสาสมัครที่เข้ามาขอใช้นวัตกรรมของเราอยู่เหมือนกัน

ผลก็เหมือนกันCD4 เพิ่มขึ้น และยิ่งดูเหมือนว่าจะเพิ่มเร็วกว่า ในโรงพยาบาลแม่ออนซะด้วยซ้ำ สาเหตุที่เพิ่มเร็วกว่าก็เพราะว่า อาสาสมัครเหล่านี้คุยกับนักวิทยาศาสตร์ของเราตลอดเวลา

ผลที่ได้CD4 มันก็เพิ่มขึ้นเร็วกว่านะครับ แล้วที่น่าดีใจก็คือว่า ที่ดอยสะเก็ดเองก็มี กลุ่มคนที่มีเชื้อฉวยโอกาสเกิดขึ้น CD4 ลงไปต่ำมากแล้วต่ำกว่า 200 แล้ว 

แล้วก็เป็นโรคฉวยโอกาส อย่างเช่นเป็นTBเป็นหวัดอะไรพวกนี้นะครับ เชื้อราในปากกลุ่มคนเหล่านี้อาการก็ดีขึ้นหมดนะครับ มันก็เป็นการตอบโจทย์นะ ตอบโจทย์การดูแลผู้ป่วยเอดส์เลยนะ 

ก็คือว่าคนเป็นเอดส์หรือคนติดHIV นี้ ไม่ได้ตายเพราะเชื้อHIV หรอก แต่ตายด้วยโรคฉวยโอกาสซึ่งเกิดจากCD4 มันลดลงไปมาก

 จากการทำลายของเชื้อHIV เราก็เข้าไปถามผู้บริหารบ้านแกร์ด้า ผู้บริการบ้านแกร์ด้าก็เป็นคนใจกว้างนะครับ เมื่อเขาทราบถึงว่านวัตกรรมของเราเป็นยังไง

เรามีเบื้องหลังการทำงานของเราเป็นยังไง ก็เลยให้เราดูแลเด็ก 17 รายซึ่งติดเชื้อฉวยโอกาสอยู่ เชื้อราในปากเป็นTB เป็นนิวโมเนียร์นะครับ 

เด็กเหล่านี้ 17 รายนี้อาการโรคฉวยโอกาสก็ดีขึ้น ในระยะเวลาอันสั้นเลยสองสามเดือนก็ดีขึ้นหมดเลย แล้วที่เราให้ใช้ต่อเนื่องมาจนกระทั่งครบปี 

คุณภาพชีวิตของเด็ก 17 รายนี้ดีขึ้นอย่างชัดเจนมาก  สดชื่นแจ่มใสกินได้นอนหลับผิวสวยหน้าใสนะครับ

ผ่านไป 1 ปีเราก็พบว่าเด็ก 17 รายนี้CD4เพิ่มขึ้นทุกคนนะครับ จริงๆCD4เขาจะไม่ค่อยเพิ่มแล้วล่ะเพราะเขาใช้ยาต้านมาระดับนึงแล้ว

แต่ก็ปรากฏว่าCD4 ก็เพิ่มขึ้นมาโดยเฉลี่ยแล้ว 67%ในเวลา 1 ปี อาจจะไม่สูงแต่ก็ถือว่าดีมากสำหรับคนที่ใช้ยาต้านไวรัสมาตลอดระยะหนึ่ง

70 รายที่เรารับเข้ามาทั้งหมดที่บ้านแกร์ด้า ทุกคนขณะนี้ใช้นวัตกรรมของเราแล้วมา 4 ปีเต็มๆ บางคนอาจจะ 5 ปีแล้วทุกคนก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมากเลย 

เด็กที่เราไปเยี่ยมตอนนี้เขาจะสดชื่อแจ่มใส มีร่าเริงมีกิจกรรมอะไรซึ่งแตกต่างจากปีแรกที่เราเข้าไปนะครับ จะเห็นชัดเจนอันนี้คือความชื่นใจ

เป็นปิติที่ได้จากการที่เราไปดูแลเด็กเหล่านี้นะครับ จากการที่เราสามารถที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเหล่านี้

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติเขารู้เข้านะครับ เข้ามาศึกษางานของเราแล้วก็พบว่าเราทำทุกอย่าง

ตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์สากล เป็นการทดสอบเชิงการแพทย์มีการทดสอบเชิงภูมิคุ้มกันวิทยา

แล้วยังมีการนำเสนองานในการประชุมวิชาการระดับโลกที่สิงคโปร์ เขาก็เลยให้ประกาศนียบัตรนวัตกรรมแห่งชาติไทย

ให้กับนวัตกรรมของเราสำหรับดูแลผู้ติดเชื้อHIV และผู้ป่วยเอดส์ 

 

จากท่าทีของ สนช. หรือสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาตินี้ 

ก็ทำให้นวัตกรรมของเราเป็นที่รู้จักมากขึ้น เป็นที่เชื่อถือมากขึ้น

แล้วเราก็มีผู้บริโคภที่ใช้นวัตกรรมของเรา เพิ่มมากขึ้นๆ จนบัดนี้เป็นเวลาสี่ปีแล้วนะครับ เราก็มีการได้ช่วย

ผู้ติดเชื้อ HIV และผู้ป่วยเอดส์จำนวนพันคนนะครับ ในกลุ่มนี้มีอยู่ 70 รายที่ติดต่อกับเราอยู่ตลอดเวลา

เราไม่ได้ไปบอกว่าเขาต้องติดต่อเรา  แต่ว่ามี 70 รายที่สอบถามมา แล้วเราก็มีเจ้าหน้าที่ของเราที่ตอบคำถามเขาตลอด

เราก็พบว่าภายในหนึ่งปีนี่ 70 รายนี่ มี 31 ราย ที่มี CD4 เพิ่มขึ้น 100เด็กเหล่านี้ ผู้ป่วยเหล่านี้ บางคนเขาใช้ยาต้านไวรัสอยู่แล้วนะครับ

CD4 มันจะไม่ค่อยเพิ่มแล้ว แต่บางคนก็ยังไม่ได้ใช้ยาต้านไวรัส ก็ CD4  ก็เพิ่มขึ้นนะครับ แล้วที่น่าดีใจก็คือว่า

รายที่มี CD4 ต่ำมากๆ ต่ำกว่า 10 cells/cu.mm แล้งหกเดือนต่อมา เขาแทบจะไม่รู้เลย ไม่มีใครรู้เลยว่าเขาเป็นเอดส์มาก่อน

แล้วใกล้จะเสียชีวิตนะครับ อย่างเช่นคนที่มี CD4 ต่ำกว่า 10 เหลืออยู่ 6 cell/cu.mm

ขึ้นไป 400-500 cell/cu.mm.  คนที่เป็นมี 9 cells ขึ้นไปเป็น 505 cells/cu.mm. คือ 3 รายที่เรายกมานี้ อัตราการเพิ่ม CD4  

อยู่ที่ ห้าพันกว่าเปอร์เซ็นต์ ห้าพันกว่าเปอร์เซ็นต์ และเจ็ดพันกว่าเปอร์เซ็นต์ทีเดียว

เป็นอัตราการเพิ่มที่รวดเร็วมาก เมื่อค.ศ.2015 สองปีที่แล้ว สามปีที่แล้ว WHO เขาออกมาบอกว่า

“ไม่ว่าคุณจะติดเชื้อ HIV ในระดับไหนก็ตาม เมื่อพบว่ามี HIV แล้ว ขอให้เพิ่ม CD4

ไม่ต้องไปห่วงว่ามีเชื้อ HIV อยู่มากเท่าไหร่ เพิ่ม CD4 เข้าไว้ เพราะเชื้อ HIV มันไม่ได้เป็นเชื้อที่ฆ่าเรา เพียงแต่ไปฆ่า CD4

CD4 เมื่อหมดไปน้อยไปเราก็สร้างภูมิคุ้มกันไม่ได้ แล้วก็เราก็เสียชีวิตจากโรคติดเชื้ออื่นๆ นะครับ เชื้อฉวยโอกาส

WHO เขาแนะนำมาอย่างนี้ เพิ่ม CD4 เข้าไว้ HIV มีเท่าไหร่ก็อย่างกังวลให้มันมากแล้วเมื่อ CD4 เพิ่มขึ้นไป

มันก็ไปกระตุ้น Killer T Cells แล้ว Killer T Cells นี่แหละ จะไปจัดการกับเชื้อ HIV เองนะครับ

ในเมื่อมันเป็นช่องทางที่หรือเป็นแนวทางที่ WHO เขาแนะนำมาว่า “ขอให้สร้าง CD4 เข้าไว้ ถ้าคุณติดเชื้อ HIV” เอ๊ะนี่มันอะไร

ก็เราเพิ่งบอกไป เราเพิ่งสรุปไปว่า เราสามารถที่จะเพิ่ม CD4 ได้รวดเร็วมากที่สุด เป็นสี่พันห้าหกพันกว่าเปอร์เซ็นต์ใน CD4 ต่ำๆ

เพราะฉะนั้นเราก็คิดว่า เราน่าจะเป็นนวัตกรรม ที่ดูแลผู้ติดเชื้อ HIV ได้ดีมากๆ เลยทีเดียวนะครับ

และผมก็คิดว่า การที่สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติไทย ให้เป็นนวัตกรรมแห่งชาติไทย ก็เป็นเรื่องที่สมคุณค่าของมัน

แล้วเมื่อ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเอดส์โลก เราก็ได้มีโอกาสได้แถลงข่าว ร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติว่า

จากการที่เขาช่วยให้เราเป็นที่รู้จัก ด้วยการให้ประกาศนียบัตรนวัตกรรมแห่งชาติไทยนี่นะครับ

ก็ทำให้เราได้สัมผัสกับผู้บริโภคจำนวนมากเลยทีเดียวนะครับ แล้วเราก็ได้ช่วยเหลือคนเยอะแยะนะครับ

จนกระทั่งขณะนี้เราก็เริ่มมั่นใจแล้วล่ะ คนที่ติดเชื้อ HIV เราเพิ่ม  CD4 ทำให้คุณภาพชีวิตเขา

กลับไปสู่สภาพปกติได้แน่นอน ได้อย่างรวดเร็วด้วยนะครับ โดยที่ไม่มีผลข้าเคียงใดๆ เรามั่นใจว่า

ไม่ว่าคุณใช้ยาต้าน ไม่ใช้ยาต้าน เราเพิ่ม CD4 ได้อย่างแน่นอนสำรับผู้ติดเชื้อ HIV แล้วผู้ติดเชื้อฉวยโอกาสล่ะ ที่บ้านแกร์ด้าได้พิสูจน์แล้ว

ที่ดอยสะเก็ดก็ได้พิสูจน์แล้วนะครับ ระยะหลังๆ เราก็ได้รับข่าวตลอดเวลาว่า คนที่ติดเชื้อฉวยโอกาสอาการหนักๆ เลย

อาการเขาก็หายในระยะเวลาอันสั้นนะครับ สาเหตุก็เป็นเพราะว่า นวัตกรรมของเรานอกจากจะเพิ่ม CD4 แล้ว

มันยังไปฆ่าเชื้อไวรัสในเวลาเดียวกันด้วย นวัตกรรมอย่างนี้ มันต้องยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

ที่ติดเชื้อฉวยโอกาสแน่นอนนะครับ จึงไม่แปลกใจครับที่คนที่ติดเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย หรือ TB

หรือแม้กระทั่งเป็นมะเร็งก็อาการก็ดีขึ้น สิ่งที่เราดีใจ เราก็มีกลุ่มคนเหล่านี้มากขึ้นๆ แสดงว่า

เราเริ่มมั่นใจได้ว่า โรคฉวยโอกาสทั้งหลาย ซึ่งเป็นโรคที่จะทำให้ผู้ป่วยเหล่านี้เสียชีวิต

เราช่วยจัดการได้มาถึงตอนนี้แล้วคำถามที่ว่า แล้วเป้าหมายของเราเป็นยังไง ถึงเป้าสุดท้ายของเราหรือยัง

ในเรื่องการดูแลผู้ติดเชื้อ HIV ยกระดับคุณภาพของผู้ติดเชื้อ HIV ในการดูแลโรคฉวยโอกาส เราจัดการได้แน่นอน

คำถามซึ่งมักจะถามต่อตลอดเวลาว่า แล้วโรคเอดส์นี่มันจะรักษาได้ไหม

อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เป็นความฝัน ซึ่งมันไม่ผิดกฎหมาย ถ้าเราจะฝันนะครับ แต่ก็แน่นอนละ

โอกาสของการที่จะประสบความสำเร็จมันย่อมจะน้อย เพราะทั่วโลกเขาบอกว่า HIV มันรักษาไม่ได้นะครับ

แต่ขณะที่บอกรักษาไม่ได้ ก็ยังมีนักวิทยาศาสตร์หลายกลุ่มทีเดียว ที่พยายามที่จะจัดการกับมัน รักษาให้ได้ 

แต่ด้วยกลไกที่มันค่อนข้างที่จะสลับซับซ้อน