ริดสีดวงทวาร

ริดสีดวงทวารหนัก (Hemorrhoid) เป็นโรคของระบบทางเดินอาหารที่พบบ่อยที่สุดโรคหนึ่ง แต่เนื่องจากทวารหนักอยู่ในตำแหน่งเร้นลับ ผู้ป่วยมักนิยมปกปิดไว้เป็นความลับส่วนตัว มักจะพบแพทย์ต่อเมื่อมีอาการหนักหรือมีโรคแทรกซ้อนแล้ว

ทวารหนักเป็นส่วนติดต่อมาจากลำไส้ใหญ่ และมาเปิดออกนอกร่างกาย มีความยาวประมาณ 4 เซนติเมตร ถูกแบ่งครึ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยเส้นรอบวงที่เรียกว่า “แนวเส้นประสาท” (Dentate Line) ส่วนที่อยู่สูงกว่าแนวเส้นประสาท เรียกว่า “รูทวารหนัก” (Anal Canal) จะไม่มีเส้นประสาทรับความเจ็บปวดมาเลี้ยงที่ผนังของรูทวารหนักปกติจะมีก้อนเนื้อนูนออกมาเป็นระยะโดยรอบ เรียกว่า เบาะรอง (Cushion) ซึ่งภายในจะมีกลุ่มเส้นเลือดและกล้ามเนื้อ โดยทฤษฎีใหม่ล่าสุดของการเกิด ริดสีดวงทวารหนัก นั้น เชื่อว่า ภาวะท้องผูก การเบ่งอุจจาระมากๆ ทำให้ความดันในช่องท้องสูงขึ้น และอุจจาระก้อนใหญ่จะดันให้เบาะรองเลื่อนลงมาเรื่อยๆ จนยื่นออกมานอกทวารหนัก เรียกว่า ริดสีดวงทวารหนัก ชนิดภายใน (Internal Hemorrhoid)

ส่วนของทวารหนักที่อยู่ใต้ต่อแนวเส้นประสาทจะมีเส้นประสาทรับความรู้สึกเจ็บปวดมาเลี้ยง  เรียกว่า “ปากทวารหนัก” (Anal Margin) เมื่อเบาะรองจากบริเวณรูทวารหนักเลื่อนตัวลงเรื่อยๆ จนถึงปากทวารหนัก ก็จะดันกลุ่มเส้นเลือดและเนื้อเยื่อของปากทวารหนักให้เลื่อนลงต่ำ และเบียดออกไปด้านข้างจนกลายเป็นก้อนนูนที่ปากทวารหนักเรียกว่า ริดสีดวงทวารหนัก ชนิดภายนอก (External Hemorrhoid)

          อาการของริดสีดวงทวารหนัก

  1. ถ่ายเป็นเลือด เป็นเลือดสีแดงสดหยดหรือพุ่งออกมาขณะเบ่งถ่ายอุจจาระ และหมดไปเมื่อหยุดเบ่ง เลือดจะไม่ปนอยู่ในเนื้ออุจจาระ บางรายเป็นมากหรือเป็นนานจนซีด และมีอาการหน้ามืด จะเป็นลมจากภาวะโลหิตจาง
  2. มีก้อนปลิ้นออกมาเวลาเบ่งถ่าย หรือก้อนออกมาคาที่ปากทวาร
  3. ก้นแฉะและคันก้น
  4. ปวดที่ก้อนตรงปากทวารหนัก

ปัจจัยที่ทำให้เกิด ริดสีดวงทวารหนัก

1. ภาวะท้องผูกหรือท้องเสียเรื้อรัง

2.อุปนิสัยเบ่งถ่ายอุจจาระอย่างมาก เพื่อพยายามขับอุจจาระก้อนสุดท้ายให้ออกไป

3.ชอบนั่งถ่ายอุจจาระนานๆ เช่น อ่านหนังสือขณะถ่ายอุจจาระ

4.ชอบใช้ยาสวนอุจจาระ หรือยาระบายพร่ำเพรือเป็นประจำเกินความจำเป็น

5.หญิงขณะตั้งครรภ์ทำให้ถ่ายอุจจาระไม่สะดวก และเลือดดำในอุ้งเชิงกรานไหลกลับสู่ตับไม่สะดวก เนื่องจากความดันภายในช่องท้องเพิ่มขึ้น

6. ภาวะโรคตับแข็งทำให้เลือดดำไหลเข้าตับไม่ได้ ทำให้เส้นเลือดดำบริเวณทวารหนักโป่งพอง

7.อายุสูงวัยขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อหย่อนยานลง จนทำให้เบาะรอง (Cushion) เลื่อนลงจนยื่นออกมาจากทวารหนัก

8. ไม่ทราบสาเหตุ กรรมพันธุ์อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง

 

การรักษา ริดสีดวงทวารหนัก ชนิดภายใน ขึ้นกับระยะของการเป็นริดสีดวง ดังนี้ 

ระยะของ ริดสีดวงทวารหนัก และแนวทางการรักษา

ระยะที่1 หัวริดสีดวง จะอยู่ภายในรูทวารหนัก มักมีปัญหาเลือดออก

              รักษาได้โดยการให้ยา, ฉีดยาเข้าไปในตำแหน่งเลือดออก

ระยะที่2 หัวริดสีดวง ที่อยู่ภายจะโผล่ออกมาเมื่อถ่ายอุจจาระและหดกลับได้เอง

รักษาโดย ยิงยางรัดโคนของริดสีดวงที่โผล่ออกมา ก็จะทำให้หัวริดสีดวงนั้นขาดเลือดเลี้ยงจะฝ่อ และหลุดออกไปได้เอง

ระยะที่3 หัวริดสีดวง จะย้อยออกมานอกรูทวารเวลาเบ่ง และต้องดันกลับจึงจะเข้า

ระยะที่4 หัวริดสีดวง โตมาก และย้อยออกมาอยู่นอกทวารหนักตลอดเวลา

              ระยะที่3-4 รักษาโดยผ่าตัดทั่วไป หรือผ่าตัดวิธีใหม่ ใช้เครื่องมือตัดเย็บอัตโนมัติ

              (Procedure for Prolapse and Hemorrhoid : PPH)

         

การรักษาริดสีดวงทวารหนัก ชนิดภายนอก

                   ริดสีดวงทวาร ภายนอก เป็นเส้นเลือดดำที่อยู่รอบริมปากทวารหนักที่พองออกเวลาเบ่งถ่ายอุจจาระ และจะยุบลงเมื่อหยุดเบ่ง จะมีปัญหาก็ต่อเมื่อเลือดที่คั่งอยู่ที่ปากทวารแข็งตัวขึ้น (thrombosis) ทำให้เป็นตุ่มแข็ง เจ็บที่ขอบทวารหลังถ่ายอุจจาระ เจ็บมากภายใน 3-4 วันแรก และถ้าปล่อยไว้อาจแตก มีเลือดซึมหรือมีก้อนเลือดหลุดออกมา หรือยุบลงจนเป็นปกติภายใน 2 สัปดาห์ บางรายจะยุบไม่หมด ทำให้ผิวหนังที่ขอบทวารแข็งนูนออกเป็นติ่ง ในกรณีผู้ป่วยมีอาการปวดมาก อาจรักษาได้โดยการผ่าเอาก้อนเลือดที่คั่งออก ทำได้โดยใช้ยาชา

          ในกรณีผู้ป่วยมีอาการปวดมาก อาจรักษาได้โดยการผ่าเอาก้อนเลือดที่คั่งออก ทำได้โดยใช้ยาชาฉีดเฉพาะที่ ผู้ป่วยกลับบ้านได้ ไม่ต้องพักค้าที่โรงพยาบาล

          ริดสีดวงทวาร ที่พบในผู้ป่วยทั่วๆ ไป ส่วนใหญ่จะเป็น ริดสีดวงทวารหนัก ชนิดเป็นทั้งภายนอกและภายในร่วมกัน การรักษาในปัจจุบัน ศัลยแพทย์ และผู้ป่วยนิยมเลือกผ่าตัดวิธีใหม่ โดยใช้เครื่องมือตัดเย็บอัตโนมัติ (PPH) ซึ่งมีข้อดีหลายประการ ดังนี้

  1. ตัด ริดสีดวงทวารหนัก ออกได้หมด โดยไม่เกิดรูทวารหนักตีบตัน
  2. เจ็บปวดหลังผ่าตัดน้อยกว่า
  3. เวลาในการผ่าตัดสั้นกว่า
  4. เวลาในการอยู่โรงพยาบาลสั้นกว่า
  5. เวลาในการพักฟื้นที่บ้านสั้นกว่า

ข้อควรปฎิบัติเพื่อช่วยหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้อาการของ โรคริดสีดวงทวารหนัก รุนแรงขึ้น

  1. ดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อยละ 6-8 แก้ว
  2. รับประทานอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ข้าวกล้อง ผัก ผลไม้
  3. หลีกเลี่ยงอาหารที่อาจระคายเคืองระบบทางเดินอาหาร เช่น อาหารรสเผ็ดจัด ชา กาแฟ เครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์
  4. ฝึกการขับถ่ายให้เป็นเวลา การดื่มน้ำแก้วใหญ่ทักทีหลังตื่นนอนตอนเช้า จะช่วยกระตุ้นการขับถ่ายได้
  5. ไม่ควรอยู่ในที่ร้อนๆ เป็นเวลานานเกินไป
  6. หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่คับเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกางเกงคับๆ เพราะจะทำให้การไหลเวียนโลหินไม่สะดวก
  7. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ
  8. หลีกเลี่ยงกีฬาบางประเภท เช่น ขี่จักรยาน ขี่ม้า

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ วันที่ 31 ตุลาคม 2560