ไซนัส

โรคไซนัสอักเสบ ปัจจุบันจะมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หลายคนอาจคิดว่าไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่สำหรับคนที่เป็นก็ถือเป็นโรคที่บั่นทอนการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งการรักษาในปัจจุบันเริ่มมีนวัตกรรมใหม่ในการรักษาเพื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 

นพ.นัทพล ธรรมสิทธิ์บูรณ์ โสต ศอ นาสิกแพทย์ (หู คอ จมูก) กล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคไซนัสอักเสบว่า ไซนัส คือโพรงกระดูกของคนเรา มีลักษณะเป็นช่องว่าง ที่อยู่รอบๆโพรงจมูก ตั้งแต่หน้าผาก หัวตา ข้างแก้ม ลึกสุดเข้าไปถึงบริเวณฐานสมองด้านใน การอักเสบส่วนใหญ่จะเกิดหลังจากเป็น หวัด มีการอักเสบติดเชื้อของแบคทีเรียจากช่องจมูกลามเข้าไปในโพรง ไซนัส 

อาการไซนัสอักเสบ
อาการจะคล้ายๆเป็นหวัดธรรมดา แต่จะรุนแรงและยาวนานมากกว่า หวัด ทั่วไป หากเป็นระยะเริ่มต้น รักษาเร็ว หายเร็ว จะเรียกว่าเป็น ไซนัส อักเสบฉับพลัน รักษาไม่ยากหายง่าย แต่หากปล่อยไว้นานเกิน 3 เดือนขึ้นไป จะเข้าไปอยู่ในกลุ่ม ไซนัส อักเสบเรื้อรัง การรักษาจะยากขึ้น

การรักษาไซนัสอักเสบ
การเริ่มต้นรักษา ไซนัส อักเสบแบบฉับพลันและแบบเรื้อรัง จะเริ่มต้นด้วยการรักษาด้วยยา แต่คนไข้บางกลุ่มของ ไซนัส อักเสบเรื้อรังจะไม่ตอบสนองด้วยยา จึงจำเป็นต้องผ่าตัดรักษา ซึ่งการผ่าตัด ไซนัส สมัยนี้จะเป็นการผ่าตัดผ่านกล้อง จึงไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวเหมือนสมัยก่อน และส่วนใหญ่จะไม่มีแผลภายนอก เนื่องจากการผ่าตัดจะใช้การส่องกล้องเข้าไปทางรูจมูก ประกอบกับนวัตกรรมใหม่ที่เราใช้ช่วยในการผ่าตัดที่เรียกว่าระบบเนวิเกเตอร์ จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้แพทย์ผ่าตัด ไซนัส รู้ได้ว่าขณะนี้เครื่องมือของแพทย์ที่ใช้ผ่าตัดอยู่ส่วนไหนของร่างกายคนไข้ ใกล้ลูกตา ใกล้ฐานสมองคนไข้เพียงใด ซึ่งเครื่องมือดังกล่าวเป็นการเพิ่มความมั่นใจในการผ่าตัดให้กับแพทย์และช่วยให้คนไข้ปลอดภัยมากขึ้น และหลังจากการผ่าตัดคนไข้จะใช้เวลาในการพักฟื้นประมาณ 1-2 วัน

คำแนะนำ
1.ในคนไข้ที่ไม่เป็นภูมิแพ้ ไม่เคยเป็น ไซนัส อักเสบ หากมีอาการ หวัด มีน้ำมูก เจ็บคอ และอาการไม่ดีขึ้นเองภายใน 3-5 วัน แนะนำให้รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาแต่เนิ่นๆจะช่วยลดการอักเสบที่จะเกิดขึ้นบริเวณ ไซนัส ได้
2.ในกลุ่มคนไข้ที่เป็นภูมิแพ้ หรือเคยเป็น ไซนัส อักเสบ แนะนำให้พบแพทย์เพื่อติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพ่นยา กินยา และคุมภูมิแพ้ให้ดี 
อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดรักษา ไซนัส อักเสบ ไม่ได้เป็นการยืนยันว่าคนไข้จะหายจากโรค ไซนัส อักเสบอย่างถาวร หากคนไข้ไม่ดูแลตัวเองและปล่อยให้ โรคภูมิแพ้ กำเริบ ไม่ใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำก็มีโอกาสกลับมาเป็นอีกได้

ที่มา :  MGR Online

นพ.นัทพล ธรรมสิทธิ์บูรณ์